เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้ง Huawei P20 และ Huawei P20 Pro ซึ่งทั้ง 2 รุ่นทาง droidsans ก็ได้ไปสัมผัสมาแล้ว  (จริงๆ มี Porseche Design Mate RS ด้วย แต่เรายังไม่ได้จับ) ความรู้สึกแรกที่ได้จับคือมันมีความแตกต่างจาก P9 และ P10 มาเป็นลำดับ

หลักๆ คือดีไซน์และความโค้งมน และกล้องที่พัฒนาขึ้นเรี่อยๆ มาพรีวิว P20 / P20 Pro ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ขนาดของ P20 และ P20 Pro นั้นจะต่างกันอยู่เล็กน้อยด้วยขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว ที่ใช้จอ RGBW LCD ส่วนรุ่นโปรเป็น 6.1 นิ้ว AMOLED แต่มีความละเอียดเท่ากันคือ Full HD+ 2240×1080

วัสดุตัวเครื่องในรุ่นนี้เป็นโลหะและกระจก ออกแบบมาให้โค้งรับกันแบบไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่นกระจกและเฟรมโลหะ ลูบแล้วไม่สะดุดหรือ รู้สึกสะดุดน้อยที่สุด ส่วนสีพิเศษ Twilight ที่มีการไล่โทน Gradient นั้นเกิดจากการซ้อนทับกันของกระจกหลายชั้น

พรีวิว HUAWEI P20

รุ่นของ P20 นั้นก็มีสี Twilight ด้วย นั่นก็คือเป็นการไล่โทนสีชมพู>ทอง ส่วนรุ่น P20 Pro นั้นเป็นสีน้ำเงิน (สีแมลงทับ ม่วง>เขียวนั้นมีเก็บภาพมาด้วยอยู่ด้านล่างๆครับ)

ขนาดของ Huawei P20 ในมือ รู้สึกว่ากำลังพอเหมาะพอเจาะดี แต่ถ้าเทียบจริงๆ ขนาดของหน้าจอ 5.8 และ 6.1 มันก็ไม่ได้ต่างกันมากจนรู้สึกว่าเป็นจอเล็กกับจอใหญ่ ส่วนทำไมต้อง 18.7:9 ทำไมต้องมีติ่ง หรือ notch screen ด้านบน ส่วนนึงก็เพื่อการแสดงเนื้อหาแบบ 18:9 แบบเต็มพื้นที่ ส่วนที่เป็นติ่ง 0.7 นั้นจะเป็นแถบสเตตัสบาร์ต่างๆ ด้านบนนั่นเอง

แต่จริงๆ อันนี้ปิดได้ คือถมดำไปเลย แต่ไม่ต้องเอาสีดำมาทานะ เพราะมันตั้งค่าได้จากระบบ เดี๋ยวจะพาไปดูว่ามันอยู่ตรงไหนเป็นอย่างไร

ตำแหน่งของสแกนลายนิ้วมือด้านล่างที่หลายคนสงสัยว่าจะเก็บเอาไว้ทำไม ส่วนตัวผมยังชอบอยู่ เพราะมันสแกนได้เวลาวางเครื่องเอาไว้บนโต๊ะ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นปุ่ม multi function แตะ = ปุ่ม Back / ปัด = ดูแอปล่าสุด / แตะค้าง = กลับหน้าโฮม คือใช้ปุ่มเดียวแทนแถบ navigation key ได้ ก็จะได้พื้นที่จอคืนมาอีกหน่อย

เช่นเคย P20 จะไม่มี IR Blaster หรือรีโมทอินฟราเรดมาให้ และลองสังเกตุดูช่วงรอยต่อของเฟรมกับกระจกหน้าหลังที่ออกแบบมาโค้งรับกัน

กล้องหลัง P20 นั้นมีความละเอียด 12MP f/1.8 แต่ใช้เซนเซอร์ตัวใหม่ที่มีขนาดของพิกเซลใหญ่ถึง 1.55 ไมครอน ส่วนกล้องโมโนโครมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/1.6

สเปค HUAWEI P20

  • EMUI 8.1 (Android 8.1)
  • หน้าจอ 5.8 นิ้ว RGBW LCD ความละเอียด 1080 x 2240 อัตราส่วน 18.7:9
  • CPU : Kirin 970 พร้อม AI
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP f/1.8 ขนาดพิกเซล 1.55 ไมครอน + 20MP f/1.6 เซนเซอร์โมโนโครม
  • กล้องหน้า : 24MP
  • แบตเตอรี่ : 3400 mAh รองรับ SuperCharge
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53

พรีวิว HUAWEI P20 PRO

ถ้าเทียบ P20 Pro ภาพนี้กับภาพด้านบนของ P20 จะเห็นว่าขนาดหน้าจอที่ต่างกันน้อยมากๆ เวลาถือใช้งานนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยจริงๆ แต่หน้าจอของ P20 Pro นั้นเป็น AMOLED ซึ่งเอาจริงๆ หลังๆ มานี่ทำสีออกมาได้สวยงามไม่จัดจ้านเกินไป หรือถ้าไม่ชอบก็ปรับได้ แต่ถ้าใครยังชอบจอ LCD ก็คงต้องไปเล่นรุ่นหลัก

ดีไซน์โค้งของกระจกและโลหะที่พยายามจะผสานให้เป็นเนื้อเดียว เรียกว่ามีความโค้งของมุมมากว่ารุ่นก่อนๆ อย่าง P9 และ P10 ที่ยังดูจะเป็นเหลี่ยมๆ ถ้าถามว่าจับถนัดขึ้นไหม ก็ยังเข้ามือดีอยู่ แต่ถ้าเอามาเทียบแล้วตัวเครื่องอาจจะหนากว่าตอน P10 นิดหน่อย

ด้านบนของตัวเครื่อง P20 Pro มี IR Blaster หรืออินฟราเรดรีโมทมาให้เหมือนเดิมนะจ๊ะ ใครที่ใช้จนติดแล้วก็คงหนีไม่พ้นรุ่น Pro แน่นอน

หน้าตาของพอร์ทด้านล่าง P20 และ P20 Pro จะเหมือนกัน รูๆ ทางซ้ายคือไมค์ ตรงกลางเป็น USB Type C และทางขวาเป็นลำโพง ซึ่งระบบเสียงยังคงเป็นสเตอริโอแบบแบ่งช่องสัญญาณ เบสจะออกที่ด้านล่าง และเสียงสูงจะออกที่ด้านบนตรงช่องลำโพงสนทนา

มาถึงไฮไลท์ของ P20 Pro กันบ้าง นั่นคือกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera ที่ความน่าสนใจอยู่ตรงเซนเซอร์ 40 ล้านพิกเซล (ตัว d) ซึ่งนอกจากจะมีจำนวนพิกเซลเยอะสุดๆ แล้ว แต่ละพิกเซลยังมีขนาดใหญ่สุดๆ ในกลุ่มมือถือคือ 2 ไมครอน เรื่องของการเก็บแสงและรายละเอียดนั้นตามสเปคนั้นเรียกว่าน่าสนใจสุดๆ (อยากได้เครื่องจริงมาทดสอบเลยเนี่ย) โดยเลนส์ซูม Telephoto 3x นั้นสามารถทำงานร่วมกับเลนส์ 40 ล้านพิกเซล เปิดเป็นโหมด Hybrid Zoom 5x ได้ด้วย

นอกจากนั้นระบบ AI Photo ยังมีความสามารถมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการ Scene Recognition ที่จำแนกได้ถึง 19 แบบ และปรับการตั้งค่าให้อัตโนมัติ เช่นการถ่ายภาพ Landscape ก็จะเปิดมาตรวัดน้ำให้มาดูว่าภาพตรงหรือยัง หรือเวลาถ่ายภาพ Group photo หลายๆ คน ก็จะเตือนว่าคนข้างๆ จะหน้าบาน ให้ลองขยับเปลี่ยนตำแหน่ง

แต่ที่โหดไปกว่าคือระบบ AI ที่เข้ามาช่วยเรื่องของการกันสั่น ชนิดที่เราสามารถถือถ่ายภาพ Night Mode หรือ Light Trail ได้ด้วยมือเปล่านานสูงสุดถึง 8 วินาที!

ส่วนการถ่ายวิดีโอ Slowmotion ระดับ 960fps ก็มีให้ใช้งานครับ เรียกว่าตอนนี้รุ่นเรือธงนี่ตามทันกันหมดแล้ว

สเปค HUAWEI P20 PRO

  • EMUI 8.1 (Android 8.1)
  • หน้าจอ AMOLED 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2240 อัตราส่วน 18.7:9
  • CPU : Kirin 970 พร้อม AI
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 40MP f/1.8 ขนาดพิกเซล 2.0 ไมครอน + 20MP f/1.6 โมโนโครม + 8MP f/2.4 เลนส์เทเล 3x
  • กล้องหน้า : 24MP
  • แบตเตอรี่ : 4000 mAh รองรับ SuperCharge
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67

ฟีเจอร์ใหม่ๆ บางส่วนของ P20 และ P20 PRO

พรีวิวตัวเครื่องกันไปแล้ว คราวนี้มาลองดูฟีเจอร์ใหม่ๆ บางส่วนที่เราได้ทดลองเล่นมาบ้าง อย่างแรกที่หลายคนบ่นคือ Notch screen ที่เอาไว้แสดงผลพวกสถานะและไอคอนต่างๆ เช่นสัญญาณมือถือ ข้อมูลแบตเตอรี่ ไอคอนแจ้งเดือน เรียกว่าเป็นส่วที่แยกออกจากหน้าจอแสดงผลหลักไปเลย

แต่ถ้าใครไม่ชอบ มันดูเหมือน iPhone X เกินไป ก็สามารถเข้าไปเลือกปิดได้ไม่ยาก อยู่ในส่วนของการตั้งต่า ภาพซ้ายคือโหมดปกติ ส่วนภาพขวาคือถมดำ ปิด notch ไปแล้วแบบเนียนๆ (จริงๆ คือการสลับสีไอคอนด้านบนกับสีพื้นหลัง)

UI กล้องนั้นเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่สไลด์เพื่อเข้าไปเลือกโหมดต่างๆ ได้ ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องไถๆ เลื่อนไปเรื่อยๆ เพื่อหาโหมดที่ถูกใจ คือมันก็สะดวกในการใช้มือเดียว แต่เอาจริงๆ มันช้ามากๆ ในการจะหาโหมดที่เราต้องการเจอ ยิ่งถ้ามีโหมดเยอะๆ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

การถ่ายภาพกลางคืนหรือเปิด Long exposure ด้วยมือเปล่านั้นต้องเข้าใช้งานในส่วน More หรือโหมดอื่นๆ นะครับ ถ้าไปเปิดในโหมด Pro จะไม่สามารถใช้งานได้

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลที่ถือว่าใจดีให้ความละเอียดมาเยอะที่สุดในกลุ่มเรือธงนั้นก็ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ Lighting Studio

โดยเราสามารถเลือกปรับลักษณะและทิศทางของแสงที่ฉายหรือสาดเข้ามาบนหน้าเราได้นั่นเอง มีให้เล่นมากมายหลายแบบ

ส่วนนี้คือสี Twilight ของ Huawei P20 Pro ที่แว้บแรกก็รู้สึกว่าของจริงมันสวยและมีสเน่ห์มากกว่าในภาพเรนเดอร์ ที่ออกมาสีแปร๋นลิเกสุดๆ ยืนยันว่าของจริงสวยกว่าในภาพเยอะ

ตอนนี้คงต้องมารอลุ้นกันว่าทั้ง 2 รุ่นจะเปิดตััวในไทยเมื่อไหร่ และราคาจะออกมาที่เท่าไหร่กันแน่ แต่งานนี้ดูแล้วรุ่นโปรมีภาษีดีกว่าเยอะเลย เอาไว้ถ้าเราได้เครื่องแล้วจะรีบออกไปลุยและจัดรีวิวพร้อมตัวอย่างภาพถ่ายมาให้เร็วที่สุดแล้วกันนะครับ